10 ปัญหาหน้าเยิน แก้ได้!

Last updated: Aug 14, 2020  |  89 จำนวนผู้เข้าชม  |  Knowledge

10ปัญหาหน้าเยินแก้ได้

พูดถึงปัญหาผิว ทุกท่านคงเคยพบเจอกันมาพอสมควร ทั้งมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บุคคล วันนี้เราจะมาพูดถึง 10 ปัญหาผิว ที่เราพบเจอกันบ่อยๆ พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขและป้องกันเผื่อจะพอมีประโยชน์กับทุกท่านให้ไปดูแลตัวเองกันต่อไป


1 ปัญหาริ้วรอย

ผิวของเราจะเริ่มมีการเสื่อมสลายของโครงสร้างผิวตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป โดยโครงสร้างผิวที่สำคัญก็คือ คอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อโครงสร้างผิวมีการเสื่อมสลายมากๆ ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาริ้วรอย รวมไปถึงเรื่องอารมณ์และความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องริ้วรอยด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงต้องมีการป้องกันการเสื่อมสลายของโครงสร้างผิวโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างผิว รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากในช่วงเวลาที่เราหลับสนิทจะมีการหลั่งโกรทฮอร์โมน(Growth Hormone) ขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผิวที่เสื่อมสลายไป นอกจากนั้นอาจใช้วิธีเสริมการบำรุงผิวจากภายนอก โดยสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวและเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ซึ่งจะมีส่วนช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ อาทิเช่น รกแกะ คอลลาเจน หรือเปปไทด์

2 ปัญหาตีนกา

ริ้วรอยลึก ปัญหานี้มักจะเกิดบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมากๆ เช่น บริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม หรือหางตา จนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีอาการหดเกร็งแล้วไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมจนเกิดเป็นลักษณะร่องลึกขึ้น ร่วมกับสาเหตุจากการที่โครงสร้างผิวเกิดการเสื่อมสลายไปและการสูญเสียความชุ่มชื้นภายในผิวก็เป็นการสนับสนุนให้เกิดริ้วรอยลึกที่ชัดเจนมากขึ้น การจะช่วยลดปัญหานี้อาจจะทำได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น อย่างเช่นผลิตภัณฑ์ประเภทโบท๊อกซ์ หรือการเสริมและเติมโครงสร้างผิวให้แรงขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์เปปไทด์ประสิทธิภาพสูง

3 ปัญหาผิวหมองคล้ำ

ส่วนใหญ่จะเกิดจากผิวได้สัมผัสรังสีต่างๆ จากทั้งแสงแดด จอคอมพวเตอร์ หรือจอมือถือ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดทั้งรังสี UVA UVB Infrared และ HEV(แสงสีฟ้า) หรืออาจจะเกิดจากการที่ผิวเจอสารเคมีบางชนิด โดยสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการสร้างเม็ดสี จนมีปริมาณเม็ดสีเพิ่มมากขึ้นบริเวณผิวชั้นนอก ซึ่งเราสามารถป้องกันได้โดยการแก้ไขที่สาเหตุ เช่น หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆ หรือใช้ผลิภัณฑ์ป้องกันแสงแดด รวมถึงการแก้ไขความหมองคล้ำที่เกิดขึ้นโดยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารไวท์เทนนิ่งเป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยควบคุมให้เม็ดสีมีปริมาณลดลง เช่น วิตามินซี วิตามินบี3

4 ปัญหากระฝ้า

กระ ฝ้า สาเหตุการเกิดจะคล้ายๆกับปัญหาผิวหมองคล้ำ แต่มีอาการที่รุนแรงมากกว่า นั่นก็คือเม็ดสีจะมีการผลิตออกมากว่าปกติ จนทำให้เกิดความเข้มเป็นจุดหรือเป็นวงบนผิวหนัง สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม การสัมผัสรังสีต่างๆโดยไม่มีการป้องกัน หรืออาจเกิดจากการรับประทานฮอร์โมนบางชนิด การแก้ปัญหานี้เราควรทำสองวิธีทั้งการป้องกันสาเหตุควบคู่ไปกับการรักษา ในส่วนของการรักษานั้นเราควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของไวท์เทนนิ่งประสิทธิภาพสูงเป็นส่วนประกอบ อาทิเช่น Alpha-Arbutin หรือ Tranexamic Acid

5 ปัญหาผิวขาดน้ำ

มักเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการที่ผิวได้เจอกับสภาพอากาศที่ร้อน แห้ง รวมถึงการสัมผัสรังสีต่างๆ จากทั้งแสงแดด จอคอมพวเตอร์ หรือจอมือถือ ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมที่ชอบอาบน้ำอุ่น การสัมผัสสารเคมีบางอย่าง การอยู่ในสภาพอากาศที่มีความชื้นต่ำ เช่น ในห้องแอร์หรือพื้นที่ที่มีอากาศเย็นนานๆ วิธีแก้ปัญหาผิวขาดน้ำนั้นคือการพยายามหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ดื่มน้ำมากๆ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารอาหารประเภทที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวร่วมด้วย เช่น Sodium Hyaluronate, Ceramide หรือสารสกัดจากว่าหางจรเข้

6 ปัญหาผิวมัน

เกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวมีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการที่มีฮอร์โมนเพศเป็นตัวกระตุ้นโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งฮอร์โมนนี้จะมีการหลั่งออกมามากในช่วงวัยรุ่น และอาจจะมีสาเหตุอื่นๆร่วมด้วย เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของน้ำมันอยู่สูง ดังนั้นถ้าเรามีลักษณะผิวมันอยู่แล้วจึงควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้มีการเพิ่มปริมาณน้ำมันในผิวเพิ่มขึ้น สำหรับสาเหตุที่ต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปเนื่องจากฮอร์โมนนั้น อาจต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อใช้ฮอร์โมนช่วยในการควบคุม ร่วมกับการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารอาหารที่มีความสามารถในการควบคุมความมันได้ เช่น สังกะสี หรือสารสกัดจากพืชพื้นถิ่นแอฟริกา

7 ปัญหาสิว

มักเกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวมีการผลิตน้ำมันออกมามากร่วมกับรูขุมขนเกิดการอุดตัน ในขั้นนี้จะเรียกว่าสิวอุดตัน แต่ถ้าเรามีการไปรบกวนจนทำให้รูขุมขนมีรอยเปิด บวกกับการรักษาความสะอาดบนใบหน้าที่ไม่ดีพอ จนเกิดการติดเชื้อและมีหนองเกิดขึ้น ซึ่งจะเรียกว่าสิวอักเสบ การแก้ปัญหาสิวเราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่การควบคุมความมันบนใบหน้า โดยใช้ผลิตเสริมอาหารหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเข้าไปช่วย และงดการแกะเกาที่บริเวณสิวจนเกิดการอักเสบ บวกกับการรักษาความสะอาดบนใบหน้าให้ดี แต่ถ้ามีการอักเสบเกิดขึ้นแล้ว อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาช่วยในการรักษา

8 ปัญหารูขุมขนกว้าง

การผลิตน้ำมันออกมามากจากต่อมไขมันใต้ผิวก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนกว้างด้วยเช่นกัน ซึ่งคนที่มีลักษณะผิวมันมีโอกาสที่จะรูขุมขนกว้างมากกว่าคนผิวแห้งหรือผิวธรรมดา รวมถึงการที่โครงสร้างผิวสำคัญ เช่นคอลลาเจนและอิลาสตินที่อยู่ในชั้นหนังแท้ถูกทำลายไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ดังนั้นหากเราสามารถควบคุมต่อมไขมันให้มีการผลิตน้ำมันออกมาลดลงร่วมกับการเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้นก็จะช่วยให้รูขุมขนของเรากระชับขึ้นได้

9 ปัญหาแผลเป็น

รอยแผลเป็นมักจะเกิดจากการที่ผิวหนังเราเกิดบาดแผล ยิ่งถ้าบาดแผลลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ที่มีผลต่อการทำลายโครงสร้างผิวที่สำคัญก็จะยิ่งทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ชัดเจนขึ้น การจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นนั้นเริ่มโดยการปล่อยให้แผลมีการสมานและตกสเก็ดตามธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องปล่อยให้สเก็ดแผลหลุดออกเอง ห้ามแกะเด็ดขาด หลังจากนั้นเราจึงค่อยช่วยกระตุ้นให้กระบวนการสมานแผลดีขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น และลดการอักเสบ ซึ่งจะช่วยลดการเกิดแผลเป็นที่มีลักษณะแข็งนูนหรือที่เรียกว่าคีลอยด์ โดยการนวดคลึงบริเวณแผลที่สมานดีแล้วเป็นประจำ ควบคู่ไปกับการทาสารอาหารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการอักเสบของแผลไปด้วย เช่น วิตามินอี วิตามินเอ หรือสารสกัดจากหัวหอม

10 ปัญหาถุงใต้ตา

ปัญหาถุงใต้ตาหรือความหมองคล้ำใต้ดวงตาเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากพฤติกรรมเราเอง คือการนอนดึกเป็นประจำ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจมีการขยี้บริเวณใต้ตาอย่างรุนแรง หรืออาจจะเกิดจากพันธุกรรมหรือโรคบางชนิด เช่น โรคภูมิแพ้ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้เกิดการคั่งของของเหลวและไขมันบริเวณใต้ดวงตามากกว่าปกติจนเกิดลักษณะเป็นถุงและมีสีคล้ำ การรักษาหลักๆคือการพยายามแก้ที่สาเหตุ อย่างเช่นถ้าเป็นโรคภูมิแพ้ก็ควรหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เราเกิดอาการแพ้ หรืออาจรับประทานยาหรืออาหารเสริมเพื่อรักษาอาการแพ้นั้นๆให้ดีขึ้น อีกทางเลือกหนึ่งคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตาที่ช่วยเข้าไปเสริมการไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตาเพื่อเพิ่มการถ่ายเทของของเหลวออกจากบริเวณใต้ตานั่นเอง

โดยสรุปแล้วปัญหาผิวนั้นมีมากมาย การป้องกันที่สาเหตุน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นแล้วก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน ที่สามารถช่วยแก้ปัญหานั้นๆ ได้อย่างแท้จริง โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยประกอบด้วย

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเซรั่มรกแกะ เพื่อแก้ไขปัญหาผิวสําหรับคนไทย ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 9 ปี ได้ที่ >>> https://lin.ee/1xvjayLsQ